
จับสัญญาณ “โอเวอร์ซัพพลาย” ตลาดคอนโดฯ ในกรุงเทพฯ
ต้องยอมรับว่าคอนโดฯ เกิดใหม่ในกรุงเทพฯ ค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะในโซนที่อยู่ในแนว
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
หรือ
ลืมรหัสผ่าน
กรอกอีเมล เพื่อรับรหัสผ่านใหม่
28 พ.ย. 2562

ภาพรวมตลาดอสังหาฯ ปี 62 กำลังซื้อยังไม่ฟื้น วิกฤติสต็อกคงค้างกว่า 1.9 แสนยูนิต ต้องเร่งระบาย กระตุ้นกำลังซื้อ รับมือตลาดผันผวนตามวัฏจักร เตรียมรับมือความท้าทายปี 63
กำลังซื้อที่ชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ ผลจากปัจจัยลบสงครามการค้า และมาตรการกำกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หรือ Loan to Value: LTV ฉุดยอดขาย ยอดโอนกรรมสิทธิ์เปิดตัวโครงการใหม่ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม ส่งผลให้หน่วยที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขายทั้งหมด ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 สูงถึง 1.95 แสนยูนิต ในปี 2563 จึงนับเป็นความท้าทายของผู้ประกอบการในการเร่งระบายสต็อกเหลือขายดังกล่าว
จากการคาดการณ์ของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ถึงแนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ณ สิ้นปี 2562 พบว่า มีการเติบโตต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2557 โดยมีอัตราดูดซับ (Absorption Rate) ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในทุกประเภทที่อยู่อาศัย
คอนโดมิเนียม มีอัตราดูดซับเฉลี่ยอยู่ที่ 5.7% ขณะที่อัตราดูดซับครึ่งแรกของปี 2562 อยู่ที่ 4.8 %ทาวน์เฮาส์ มีอัตราดูดซับเฉลี่ยอยู่ที่ 3.8% ครึ่งแรกของปี 2562 อยู่ที่ 2.9% บ้านเดี่ยว อัตราดูดซับเฉลี่ยอยู่ที่ 3.0% ครึ่งแรกของปี 2562 อยู่ที่ 2.6% และบ้านแฝด มีอัตราดูดซับค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.4% ช่วงครึ่งแรกของปี 2562 อยู่ที่ 2.6%
หากอัตราดูดซับในช่วงที่เหลือของปียังเท่าเดิม ประเมินว่าจะส่งผลให้สต็อกคงค้างสูงขึ้นจนส่งผลทำให้แนวโน้มสิ้นปี 2562 มียอดโอนกรรมสิทธิ์ติดลบกว่า 10% และส่งผลติดลบต่อเนื่องไปถึงปี 2563 อีก 5-7%

หากโฟกัสที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียม ในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2562 และแนวโน้มปี 2563 มีปัจจัยกระทบหลายด้าน ตั้งแต่ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่นำไปสู่การปฏิเสธสินเชื่อรายย่อยมากขึ้น การลงทุนจากต่างชาติชะลอตัว มาตรการ LTV ตลอดจนความล่าช้าในการขอใบอนุญาตก่อสร้าง (EIA)
ในปี 2563 ยังต้องเผชิญกับความท้าทายในภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่จะประกาศใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2563 รวมถึงมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ อย่างมาตรการลดค่าโอนและค่าจดจำนอง จะเป็นจุดพลิกที่ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัวหรือกลับมาฟื้นตัว ยอดการซื้ออสังหาริมทรัพย์มีอัตราการเติบโตขึ้น
ด้วยเหตุนี้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะรายกลางและรายเล็กจึงต้องเร่งปรับตัวด้วยการหาจุดเด่นของที่ดินในแต่ละทำเล เจาะลูกค้าให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ทำการบ้านเชิงลึกเกี่ยวกับพื้นที่และความต้องการลูกค้า รวมถึงการอัปเดตสินค้าและบริการใหม่ ๆ ที่แตกต่างจากที่มีในตลาดในปัจจุบัน ตลอดจนหาเวลาที่เหมาะสมในการพัฒนาโครงการ รวมถึงพัฒนาการบริการหลังการขายเพื่อสร้างความไว้วางใจให้ผู้อยู่อาศัย